ปัจจุบันได้มีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาประเทศในทุก ๆ
ด้านซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้นการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศนี้ยังอยู่ในแวดวงการศึกษา
หรือการวิจัยเป็นส่วนใหญ่    โดยการใช้งานเริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยที่มีเครือข่ายคอม
พิวเตอร์ให้นักศึกษา นักวิจัยของมหาวิทยาลัยใช้บริการอินเทอร์เน็ต   ในการติดต่อกับ
มหาวิทยาลัยอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารความรู้ ข้อมูลงานวิจัยและอื่น ๆ
       การใช้งานในเบื้องต้นคือ บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail),การ
โอนแฟ้มข้อมูล(File Transfer Protocol) ทั้งนี้การค้นหาข้อมูลในเครือข่ายยังมีไม่มาก
เนื่องจากแหล่งที่เก็บข้อมูลข่าวสารยังมีจำนวนไม่มากนัก    และประเภทของข้อมูลไม่
หลากหลายและเป็นข้อมูลทางด้านการศึกษาเป็นส่วนใหญ่   อีกทั้งยังขาดเครื่องมือใน
การค้นหาข้อมูลที่มีประสิทธิภาพทำให้การใช้งานในเชิงพาณิชย์ยังมีไม่มากนัก จากวัน
นั้นถึงปัจจุบันการใช้งานเครือข่ายสารสนเทศนี้ได้แพร่หลายออกไปเป็นอย่างมากเนื่อง
จากมีการคิดค้น   และพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ ที่ใช้สำหรับการค้นหาข้อมูลในเครือข่าย
อินเทอร์เน็ตขึ้นมานั่นคือบริการ Word Wide Web (www) ที่ทำให้การค้นหาข้อมูล
ซึ่งได้ขยายวงกว้างออกไปทั่วโลกทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น   และรวดเร็วขึ้น
ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลแทบทุกสาขา    นอกเหนือจากการศึกษาวิจัยข้อมูลทางความ
บันเทิงได้มีการนำเข้ามาเชื่อมโยงกันมากขึ้นและที่สำคัญ คือการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้
ในลักษณะพาณิชย์เชิงธุรกิจ หรือ Electronic Commerce (EC) สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำ
ให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตแพร่หลายออกไปทั่วโลก มีบริษัทเอกชนที่สนใจให้บริการในเชิงพาณิชย์อย่างมากมายและจำนวนผู้ใช้งานก็ได้ขยายวงกว้าง
ออกมาจากนักศึกษามาเป็นประชาชนทั่วไปที่ต้องการข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยนี้
 
       การใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
            ก็เหมือนกับในต่างประเทศ คือ มีจุดเริ่มมาจากการใช้งานในมหาวิทยาลัยก่อนจนเมื่อราวปี 2538 กสท. ได้เล็งเห็นว่าบริการอินเทอร์เน็ตใน
ประเทศไทยมีการใช้งานอย่างแพร่หลายและเพื่อให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ก้าวทันโลก กสท.
จึงได้ให้สิทธิในการดำเนินการในการให้บริการแก่บริษัทเอกชนเป็นผู้่ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือที่เรียกว่า Internet Service Provider(ISP)เพื่อขยาย
การให้บริการอินเทอร์เน็ตออกไปสู่ประชาชนอย่างรวดเร็วกว้างขวาง และก่อให้เกิดการแข่งขันเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้ทั่วไปโดยที่  กสท.
ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ดูแลการให้บริการของ ISP ทุกรายให้อยู่บนพื้นฐานการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน   รวมทั้งควบคุมมิให้ดำเนินการให้บริการนอกเหนือ
จากสิทธิที่ได้รับไป
            
            จนถึงขณะนี้มีจำนวน ISP ที่ให้บริการอยู่ 17 รายด้วยกัน โดยที่แต่ละรายสามารถเช่าวงจรระหว่างประเทศไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา้
ได้โดยตรงหรือจะต่อกับ ชุมสายอินเทอร์เน็ตของ กสท. ที่เรียกว่า Thailand Internet Exchange (THIX) ในส่วนของบริการ  International
Internet Gateway (IIG) ปัจจุบันเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยในการให้บริการของ ISP นั้นจะแบ่งประเภทของผู้ใช้เป็น 2 ประเภท คือ
            1. ผู้ใช้ส่วนบุคคล (Individual User) ที่เรียกผ่านชุมสายโทรศัพท์เข้ามา ( Dial -up)
            2. ผู้ใช้นิติบุคคล (Corporate User) ที่ติดต่อกับ ISP ตลอดเวลาด้วยวงจรเช่า ( Leased Circuit) ซึ่่ง  ISP ได้ดำเนินการให้บริการในเขต
กรุงเทพ ฯ และปริมณฑลเสียเป็นส่วนใหญ่การให้บริการในส่วนภูมิภาคนั้น   มีการขยายการให้บริการออกไปในจังหวัดที่มีผู้ใช้บริการอยู่แต่ไม่ครบทุก
จังหวัดทั้งที่เป็นการขยายโดย ISP เองและบริษัทเอกชนทั่วไปที่สนใจทำธุรกิจนี้ กสท. จึงได้กำหนดระเบียบการแต่งตั้งตัวแทนของ ISP ขึ้นมาเพื่อ
ให้เป็นแนวทางเดียวกัน ตัวแทนการให้บริการมี 3 ประเภท คือ
            1. ตัวแทนให้บริการแบบสาธารณะ
            2. ตัวแทนให้บริการแบบขายต่อ
            3. ตัีวแทนทำการตลาด
 
            จากสภาพการให้บริการของ ISP ในปัจจุบันได้มีการดำเนินการขยายการให้บริการออกไปในส่วนภูมิภาคแต่ไม่ครบทุกจังหวัด ดังนั้นผู้ใช้จึง
จำเป็นที่จะต้องเรียกผ่านโทรศัพท์ทางไกล เพื่อเข้ามาใช้บริการซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงสำหรับผู้ใช้ในส่วนภูมิภาคมากทีเดียว
            ประการที่หนึ่ง การขยายของตัวแทนของ ISP นั้นก็มุ่งเน้นเฉพาะบริเวณที่ก่อให้เกิดรายได้แก่ ISP หรือตัวแทนโดยไม่ได้พิจารณาขยายไป
ให้เกิดการใช้งานทั่วทุกภาคของประเทศ
            ประการที่สอง การที่แต่ละ ISP ทำการสร้างเครือข่ายของตนออกไปยังภูมิภาคนั้น เป็นการลงทุนที่ซ้ำซ้อนและไม่ก่อให้เกิดการใช้งานที่มี
ประสิทธิภาพโดยรวมเลย
            ประการที่สาม ในการใช้บริการอินเทอร์เน็ตนั้น ผู้ใช้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เชื่อมโยงได้แก่ โมเด็มและคู่สาย
โทรศัพท์สำหรับการเชื่อมโยงเข้ามาใช้ บริการกับ ISP หากพิจารณาดูแล้วจะเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากที่จะให้ผู้ใช้ในส่วนภูมิภาค  ที่มีฐานะทางการเงิน
เพียงพอที่จะจัดหาอุปกรณ์ดังกล่าว เพื่อมาใช้บริการอินเทอร์เน็ตเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างสูงมากในการใช้บริการลักษณะนี้ ซึ่ง กสท. ถือว่าเป็นผู้ด้อย
โอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศอันทันสมัย   ตามนโยบายของรัฐที่จะส่งเสริมให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศได้อย่าง
เท่าเทียกันและทั่วถึง กสท. ในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคมของประเทศและผู้ดูแลการบริการอินเทอร์เน็ตในประเทศ   ได้พิจารณาการให้บริการ
อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยของ ISP ที่ผ่านมานั้นเห็นว่า การใช้งานในภูมิภาคมีการใช้งานที่น้อยมาก สืบเนื่องมาจากว่าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไม่ได้
ขยายออกไปในส่วนภูมิภาคจนประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทั่วไป  รวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ยังไม่มีในทุกครัีวเรือน
ทำให้การใช้งานจำกัดอยู่แต่ในเมืองใหญ่ ๆ และครอบครัวที่มีกำลังซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ แต่ครอบครัวที่ไม่มีกำลังซื้่อเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ หรือ
นักเรียน ประชาชนทั่วไปที่ยังไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้เลย ซึ่งทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่แพร่หลายออกไป
ทั่วประเทศที่จะก่อให้เกิดการใช้งานที่เท่าเทียมและทั่วถึง กสท. จึงได้ดำเนินการให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะขึ้นมาเพื่อรองรับช่องว่างนี้ ใช้ชื่อ
บริการว่า บริการ CATNET โดย กสท. จัดซื้อระบบนี้มาในปีงบประมาณ 2540 เป็นระบบที่นำมาทดลองใช้งานก่อนจำนวน 10 จังหวัดทั่วประเทศ
และเป็นโอกาสอันดียิ่งที่สามารถเปิดให้บริการเื่พื่อรองรับงานกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ปัจจุบันได้ขยายการให้บริการ
ออกไปทั้งสิ้น 19 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน นครสวรรค์ ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา สงขลา ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี
เพชรบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี
 
            ดังนั้น กสท. จึงจำเป็นที่จะต้องขยายการให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะออกไปให้ครอบคลุมทั่วประเทศสามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้
อย่างเท่าเทียมกันและอย่างทั่วถึงทุกแห่งในประเทศไทย โดยขยายการให้บริการออกไปทุกอำเภอทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 800 อำเภอ ให้เหมือน
กับบริการสาธารณะทั่วไปที่ใคร ก็ได้สามารใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อสืบค้นข้อมูลข่าวสารได้ตลอดเวลาทุกที่ในราคาที่เหมาะสม และเป็นการส่งเสริมให้
พลเมืองของประเทศรู้จักและนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศนี้มาใช้งานเพื่อทำให้ประเทศชาติก้าวหน้าทัดเทียมอารยะประเทศ   นอกจากนี้ยังสามารถ
รองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทย หรือนักธุรกิจที่ต้องการติดต่อธุรกิจโดยใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตสาธารณะ
นี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้งานได้ด้วย